กลอน "สาวกภูมิ" วัปัสสนาญาณที่ 16 ( ธัมมะวังโส )

เริ่มโดย kai, ก.ค 15, 2024, 10:24 หลังเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

kai



กลอน "สาวกภูมิ" วัปัสสนาญาณที่ 16

16.ปัจจเวกขะณะญาณ 
ญาณที่ทำให้เกิดมีการทบทวนพิจารณา  กิเลสที่ละได้แล้ว กิเลสที่ยังเหลืออยู่  และนิพพาน
การกล่าวถึงวิปัสสนาญาณ ท่านจัดเป็น โลกุตตระญาณเพียง 2 ข้อ คือ ข้อที่ 14 และ 15 นอกนั้นเป็นโลกียะญาณ

การรู้พระไตรลักษณ์ ในขั้นนี้ จัดเป็น ภาวนามยปัญญา คือปัญญาเกิดขึ้นได้จากการปฏิบัติ เป็นวิปัสสนาญาณที่แท้จริง เป็นอย่างนี้ตั้งแต่ ญาณที่ 4 ขึ้นไป ซึ่งถือว่าทำได้ระดับกลางของการทำ วิปัสสนา
ขั้นที่ 4 รู้พระไตรลักษณ์ ขั้นสูงสุด คือรู้ได้ในญาณที่ 12  เรียกว่า "อนุโลมิกญาณ"  หรือ "สัจจานุโลมิกญาณ" ก็เรียก  ญาณนี้ ผู้ปฏิบัติสามารถ เห็นอริยสัจ 4  และเห็นพระไตรลักษณ์ ได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง ผู้ปฎิบัติได้เช่นนี้ ชื่อว่า เจริญสติได้อย่างสมบูรณ์ ส่วนการเห็นอย่างไรนั้น ผู้ปฏิบัติพึงทบทวนด้วยตนเอง ย่อมเห็น วิโมกข์ 3 ตามลำดับ หรือ นิพพาน 3 ได้ดังจำแนกได้ดังนี้

ถ้าผู้ใดเห็น "อนิจจัง" ชัด ในญานที่ 12
นี้เรียกว่า ผู้นั้นย่อมเข้าถึง นิพพาน  หรือ อนิมิตตะนิพพาน เป็นเบี้องต้น

ถ้าผู้ใดเห็น "ทุกขัง" ชัด ในญาณที่ 12
นี้เรียกว่า ผู้นั้นย่อมเข้าถึง นิพพาน หรือ อัปปะณิหิตะนิพพาน เป็นท่ามกลาง

ถ้าผู้ใดเห็น "อนัตตา" ชัด ในญาณที่ 12
นี้เรียกว่า ผู้นั้นย่อมเข้าถึง นิพพาน หรือ สุญญะตะนิพพาน เป็นที่สุด

ลำดับแห่ง อนุโลมญาณ ย่อมเข้าถึงขั้นตอนของ สติ ดังนี้

1.จิตมีสติ-รู้ เหนี่ยวนำพระนิพพานเป็นอารมณ์
2.จิตมีสติ-รู้น้อมนำปฏิบัติเข้าสู่หนทางแห่งพระนิพพาน
3.จิตมีสติ-รู้เข้ากำหนดทางอายตนะทั้ง 12 สลับไปสลับมา ด้วยมหากุศลจิต
4.จิตมีสติ-รู้เข้าสู่ความสงบรำงับจากกิเลสเป็นช่วง ๆ
5.จิตมีสติ-รู้เข้าสู่ความยุติทั้งเหตุและผล นิ่งเป็นสมาธิ
6.จิตมีสติ-รู้อารมณ์ด้วยการวางจิต ที่อายตนะสัมผัสสุดท้าย คือ ใจ กับ อารมณ์
7.จิตมีสติ-รู้ด้วยปัญญาญาณ (ปัจจะเวกขะณะญาณ )
ญาณกำหนดทบทวน ลักษณะดังนี้


  1.รู้แจ้งมรรค
  2.รู้ผล
  3.รู้แจ้งกิเลสที่ละได้แล้ว
  4.รู้แจ้งกิเลสที่ยังเหลืออยู่
  5.รุ้แจ้งนิพพาน


ดังนั้น ท่านผู้มีการเจริญ สติปัฏฐาน 4  ย่อมเข้า ถึงความรู้มรรค ความรู้ผล และความรู้นิพพาน ดังนี้
รู้แจ้ง มรรค ได้แก่ รู้มรรค 4  มี 1.โสดาปัตติมรรค  2. สะกิทาคามิมรรค 3.อะนาคามิมรรค 4.อรหัตตะมรรค
รู้ แจ้งผล ได้แก่รู้ผลทั้ง 4 มี 1.โสดาปัตติผล 2. สะกิทาคามิผล 3.อะนาคามิผล 4.อรหัตตะผล
รู้แจ้งนิพพาน คือ รู้นิพพาน ทั้ง 3 มี 1.อะนิมิตตะนิพพาน 2.อัปปะณิหิตะนิพพาน 3.สุญญะตะนิพพาน
ทั้ง 3 รู้ นี้ เรียกรวม ๆ ว่า โลกุตรธรรม 9 อันมี มรรค 4 ผล 4 และ นิพพาน 1

ผู้ที่เจริญสติปัฏฐาน ทั้ง 4 ได้จนถึงนิพพานแล้ว ย่อมเข้า ผลสมาบัติได้ เป็น ปฐมฌาน สูงสุดทรงอารมณ์ 1 วัน 1 คืน สามารถเข้าได้ตั้งแต่พระโสดาปัตติผล ส่วนพระอนาคามี ผู้บำเพ็ญฌานมา จะสามารถเข้า นิโรธสมาบัติได้ สูงสุด 15 วัน ส่วน นิโรธสมาบัติ ของพระอรหันต์นั้น เป็นอย่างไร ก็ขอให้ท่านเป็นพระอรหันต์กันแค่นั้น ก็จะเข้าใจเอง เพราะเรื่องสมาบัติมีผู้ ถกเถียงกันเยี่ยงบัณฑิต มากแล้ว อย่าไปเถียงกันเลย เพราะการปฏิบัติเข้าถึง นิพพาน เป็นของเฉพาะตน เท่านั้น