ข่าว:

SMF - Just Installed!

Main Menu

กระทู้ล่าสุด

#1
บทความธรรม / ถาม หัวหน้าการบันทึกทั้ง 16 สา...
กระทู้ล่าสุด โดย admin - เม.ย 01, 2025, 08:50 ก่อนเที่ยง
ถาม หัวหน้าการบันทึกทั้ง 16 สายมีใครบ้าง ครับขอ พอจ ช่วยแสดงไว้หน่อยครับ
ตอบ ที่แสดงลงไปแล้วก็ไม่ได้ครบทุก 16 สายแต่อย่างไรเสียก็สามารถอ้างอิงได้ ได้จาก อรรถกถา พระไตรปิฎก แต่ก็ยังระบุหัวหน้าสายการบันทึกได้ไม่ทั้งหมดอยู่ดี แต่ก็พอจ ทราบได้คร่าว ๆ ( หรือเดาเองได้บ้าง )
ข้อความอรรถกถา
สายวินัยปิฏก มี  5 รูป
พระอุบาลี พะรทาสกะ พระโสณกะ พระสิคควะ พระโมคคัลลีบุตรติสสะ
สายพระสูตร
พระอานนท์ ท่องจำ ฑีฆนิกาย
พระสารีบุตร ท่องจำ มัชฌิมนิกาย
พระมหากัสสปะ ท่องจำ สังยุตตนิกาย
พระอนุรุทธ ท่องจำ อังคุตรนิกาย
ที่เหลือไม่มีบันทึก
สายพระอภิธรรม
พระสารีบุตร พระภัททชิ พระโสภิตะ พระปิยชาลี พระปิยปาละ พระปิยทัสสี พระโกสิยะปุตตะ พระสิคควะ พระสันเทหะ พระโมคคัลลีบุตร พระติสสะทัคคะ พระธัมมิยะ พระทาสกะ พระโสระเถระ พระเรวตะ
จากรายชื่อ ส่วนใหญ่เป็นศิษย์พระสารีบุตรทั้งนั้น
#2
บันทึกการเข้ากรรมฐาน / บันทึกการเข้ากรรมฐาน วันที่ 21...
กระทู้ล่าสุด โดย admin - เม.ย 01, 2025, 08:48 ก่อนเที่ยง
บันทึกการเข้ากรรมฐานประจำวัน
================
20 มี.ค. 68  22.00 เข้ากรรมฐาน 
21 มี.ค. 68  07.00 ออกกรรมฐาน
======================
อุทิศกุศลภาวนาให้แก่ผู้สนับสนุนทุกท่าน
เจริญธรรม / เจริญพร
คติธรรม/คำแนะนำ วันนี้้
"ระดับของศิษย์ เกิดจากศิษย์เป็นผู้เลือก ไม่ใช่ครูอาจารย์เป็นผู้เลือก ดังนั้นศิษย์อยู่ระดับไหน ก็เพราะตัวลูกศิษย์เอง"
---------------------------------------
สุขภาพทรง ๆ แต่ไปในทางดีขึ้นบ้าง
#3
พุทธานุสสติ อุปัตตา / ถาม ศิษย์ในมูลกรรมฐาน จะเลื่อน...
กระทู้ล่าสุด โดย admin - เม.ย 01, 2025, 08:48 ก่อนเที่ยง
ถาม ศิษย์ในมูลกรรมฐาน จะเลื่อนระดับอยู่ที่ครูอาจารย์ใช่ไหมครับ
ตอบ ไม่ใช่อยู่ที่ครูอาจารย์ อยู่ที่ตัวของลูกศิษย์เอง ความพึงใจในระดับนั้นก็เกิดจากศิษย์ที่รักษาไว้อย่างนั้นเอง
นิสิต
1. ผู้อุปถัมภ์ ถ้ายังทำบุญอยู่ทั่วไปก็จะอยู่ในระดับนี้เช่นส่งเสริมการเผยแผ่ ทำบุญด้วยปัจจัย 4
2. ผู้อุปัฏฐาก ก็คือเข้ามาดูแลการรักษาครูอาจารย์ ปรนนิบัติบำรุงเช่นพาไป รพ. ดูแลตอนป่วยเจ็บ ช่วยดูแลจัดการการรักษาอาพาธ
3. ไวยาวัจกร ก็คือผู้กล่าวปวารณาให้ครูอาจารย์เรียกใช้ ด้วยคำปวารณาเช่นกล่าวอาสาว่า พอจ ต้องการไปไหนให้บอกจะช่วย พอจ ต้องการให้ทำอะไรให้บอกจะช่วย ส่วนจะช่วยได้สำเร็จหรือไม่สำเร็จก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
( 1 - 3 นี้ไม่ได้ปรารถนาเรียนกรรมฐาน แต่สามารถร่วมเรียนได้ตามความต้องการที่เปิดโอกาสให้ดังนั้นจึงไม่ได้ปิดระบบการศึกษากรรมฐานของ 1  - 3 )
-------------------------------------------------------
4. ศิษย์ที่ขึ้นกรรมฐาน คือแสดงวัตถุประสงค์ต้องการเรียนกรรมฐาน และภาวนาและแจ้งกรรมฐานเป็นระยะๆ
( ศิษย์ระดับ 4 ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเรียนกรรมฐานได้ )
5. ธรรมทายาท มูลกรรมฐาน คือผู้ได้รับการศึกษาชี้แนะแนวทางของมูลกรรมฐานมากกว่า 2 กรรมฐานขึ้นไป และรู้แนวทาง มูลกรรมฐานมากกว่า แนวทางทั่วไป มีการแจ้งกรรมฐานหรือไม่แจ้งกรรมฐาน ก็ได้รับการชี้แนะนำในมูลกรรมฐานเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ
( ถึงแม้จะรู้กรรมฐานมากอย่างไรก็ยังเทียบเท่ากับ ผู้สืบทอดมูลกรรมฐานไม่ได้ )
6. ผู้สืบทอดวิชากรรมฐาน คือผู้ได้รับการสอนมูลกรรมฐานทั้งหมดของสาย อนุพุทธ 80 องค์ ต้องสอบกรรมฐาน และต้องแจ้งกรรมฐานกับผู้บอกกรรมฐานตลอดที่ครูผู้บอก สั่ง
ดังนั้นระดับของศิษย์ไม่ได้เกิดจากครูอาจารย์จัดสรร แต่เกิดจากความเพียรของศิษย์เท่านั้นที่เป็นตัวจัดการเพราะศิษย์ ไม่อยากรับภาระกับครูอาจารย์ ก็ปรารถนาเพียงขั้นแรก ๆ เช่นการทำบุญส่งเสริมไปเท่านั้น อย่างไรจะปรารถนาระดับไหน ถือว่ามีความสัมพันธ์ กับครูผู้บอกกรรมฐานในฐานะศิษย์เช่นกันเพียงแต่ขาดความละเอียดในวิชากรรมฐาน
สำหรับวิชากรรมฐาน ศิษย์ตั้งแต่ปีก พ.ศ. 2546 - 2556 จะได้เรียนแค่ มัชฌิมา แบบลำดับ เท่านั้นเพราะช่วงนี้ยังไม่ได้สอนมูลกรรมฐาน แต่อย่างไรวิชา มัชฌิมา ก็ไม่ได้สอนละเอียด
ศิษย์ตั้งแต่ พ.ศ. 2556 - 2559 จะได้เรียนอุปัตตา สอน มัชฌิมาแบบละเอียด
ศิษย์ตั้งแต่ พ.ศ. 2560 - ถึงปัจจุบัน จะได้เรียนวิชามูลกรรมฐาน
ดังนั้นใครเป็นศิษย์ช่วง พ.ศ. ไหนก็แค่รู้ที่สอน
#4
พุทธานุสสติ อุปัตตา / ถาม ที่ศิษย์หลายท่านไม่ได้เลื่...
กระทู้ล่าสุด โดย admin - เม.ย 01, 2025, 08:47 ก่อนเที่ยง
ถาม ที่ศิษย์หลายท่านไม่ได้เลื่อนสถานะ หรือไม่ได้เรียนกรรมฐาน เพราะ พอจ เลือกไว้อย่างนั้นใช่ไหมครับ
ตอบ ไม่ใช่ .....
ที่ศิษย์ไม่ได้เลื่อนสถานะ เพราะตัวลูกศิษย์เอง สาเหตุก็มีไม่มาก
1. คือไม่อยากรับภาระของครูอาจารย์ ดังนั้นจึงทำแค่สนับสนุนด้วยการทำบุญเท่านั้น หรือบ้างท่านก็ไม่เคยทำบุญด้วยเลยเพียงแค่ติดตามข่าวเฉยๆ เท่านั้น (ก็มีหลายท่าน)
2. คือยังไม่อยากภาวนา แค่อยากสร้างบารมี จึงไม่เรียนกรรมฐาน และไม่แจ้งกรรมฐาน
3. ลังเล และ อยากค้นหาทดสอบเส้นทางในสายกรรมฐานอื่นๆ อยู่และต้องการทำตามที่ตัวเองคิดไม่อยากทำตามลำดับ
4. เพราะบารมีธรรม ทานบารมีมีน้อย ศีลบารมีก็น้อย
5. เพราะไม่อยากปวารณาให้เป็นภาระแก่ตน
6. เพราะตั้งใจจะภาวนาเมื่อ เกษียณบ้าง ไม่ได้ทำงานบ้าง หรือ บวชก่อนแล้วบ้าง
7. เวลาสอนหรือแสดงธรรมจะไม่ฟ้งหรือไม่เปิดฟังให้เกิดความเข้าใจและไม่ตั้งคำถามกลับมาที่ครูผู้สอนด้วยดังนั้นจึงไม่เข้าใจในสิ่งที่สอน
หลัก ๆ ก็มีอยู่ประมาณนี้จึงทำให้ศิษย์ที่คิดลักษณะแบบนี้จึงมีความสัมพันธ์กํบครูอาจารย์น้อยลง จึงไม่ได้เรียนกรรมฐาน หรือ ไม่เข้าใจในวิชากรรมฐาน
#5
บทความธรรม / ถาม ยังไม่ได้ขึ้นกรรมฐานกับ พอ...
กระทู้ล่าสุด โดย admin - เม.ย 01, 2025, 08:46 ก่อนเที่ยง
ถาม ยังไม่ได้ขึ้นกรรมฐานกับ พอจ นับว่าเป็นศิษย์ได้หรือไม่
ตอบ การชึ้นกรรมฐานในมูลกรรมฐาน นั้นหมายถึงได้กล่าววาจาว่าขอเรียนกรรมฐาน แล้วครูอาจารย์สอนกรรมฐานให้ก็นับว่าขึ้นกรรมฐาน เรียบร้อยแล้ว
ส่วนการยกถาดขึ้นกรรมฐานนั้น เป็นธรรมเนียนในสาย มัชฌิมา แบบลำดับ ในสาย คณะ 5 วัดราชสิทธาราม ดังนั้นการขึ้นกรรมฐานนี้จำเป็นต้องเรียน มัชฌิมาแบบลำดับ
ส่วนผู้ฝึกอุปัตตา นั้นเป็นการขึ้นกรรมฐานแบบมูลกรรมฐาน ถ้าได้เรียนและแจ้งกรรมฐานกับ พอจ นับว่าเป็นศิษย์ขึ้นกรรมฐานแล้วนั่นเอง
#6
บทความธรรม / ถาม อะไรเป็นวิชาที่ลึกซึ้งที่ส...
กระทู้ล่าสุด โดย admin - เม.ย 01, 2025, 08:46 ก่อนเที่ยง
ถาม อะไรเป็นวิชาที่ลึกซึ้งที่สุด ในวิชามูลกรรมฐาน ครับ
ตอบ วิชาสูงสุดในมูลกรรมฐาน คือ การใช้ อภิญญา ( มหาอภิญญา ) หรือชื่อเป็นทางการ คือ อภิญญาเทสิตธรรม หรือ โพธิปักขิยธรรม 37 หรือชื่อทางการทางวิชา ชื่อว่า สหัสสนัยอุปลังอภิญญา หรือ ชื่อแบบไพเราะ อภิญญาดอกบัวธรรมพันกลีบ
ปัจจุบัน ยังหาผู้อธิบายแบบ อภิญญาให้ฟังยังไม่ได้ ส่วนใหญ่อธิบายกลายเป้นหัวข้อธรรมทั้งนั้น ทั้ง ๆ ที่จริง วิชานี้คือ วิชากรรมฐานขั้นสูง อันที่จริงได้ยิน พอจ เฒ่า ท่านเรียกวิชานี้ วิชาโพธิญาณดอกบัวธรรมหมื่นนัยยะ
#7
บทความธรรม / ถาม ทำไม ภิกษุณี ถึงไม่มีในปัจ...
กระทู้ล่าสุด โดย admin - เม.ย 01, 2025, 08:44 ก่อนเที่ยง
ถาม ทำไม ภิกษุณี ถึงไม่มีในปัจจุบัน แม่ชีเป็นอะไรในนักบวชหญิง
ตอบ ที่ไม่มีเพราะการบวชภิกษุณี นั้นมีความยาก
ต้องอธิบายส่วนนี้ก่อน นักบวชฝ่ายหญิงของพุทธ มี สามประเภท
1. ภิกษุณี 2.สิกขมานา 3. สามเณรี
ส่วนแม่ชีไม่ได้อยู่ใน 3 ประเภทนี้ แม่ชีคือ อุบาสิกา ที่ยินยอมออกจากเรือนสีสถานะต่ำกว่า สามเณรี เพราะมีศีล 8 เท่านั้น
ที่ภิกษุณีหมดไปเพราะระเบียบของการบวช
1. การบวชภิกษุณี ต้องมีอุปัชฌาย์ สองฝั่งคือฝั่ง ภิกษุ และ ฝั่งภิกษุณี
2. อุปัชฌาย์ภิกษุณี 2 ปี บวชภิกษุณีได้แค่ 1 องค์เท่านั้นเกินไม่ได้
3. ผู้ที่จะบวชต้องเป็นสิกขมานามาก่อน 2 ปีด้วย จะมาขอแล้วบวชเลยไม่ได้
( เหตุที่ต้อง 2 ปี เพื่อป้องกัน การตั้งครรภ์ของ ผญ ที่ติดมาโดยไม่รู้ตัว ท่านจึงกำหนดว่าต้องพิสูจน์ภาระนี้ 2 ปี )
หมายเหตุ ตรงนี้เป็นเจตนาของพระพุทธเจ้าเพื่อให้พุทธศาสนาคงอยู่ครบ 5 พันปีแต่อย่างไรต้องอนุญาตตามคำขอของพระอนาคตเพื่อให้แม่เลี้ยงได้บวช
ดังนั้น ด้วยอุปัชฌาย์ บวช ภิกษุณี ได้แค่ 1 คนต่อ 2 ปี และ ผู้ที่จะบวชต้องเป็น สิกขามานา มา 2 ปีก่อนด้วย จึงทำให้ การบวชของภิกษุณีมีจำนวนน้อยลงนั่นเอง นานไปที่สุดก็ไม่มี อุปัชฌาย์ฝ่ายภิกษุณี นั่นเอง ก็หมดมาราวพันปีแล้ว หมดใน พ.ศ. 1000 เพราะกลุ่มมหายานนั่นเอง
ปัจจุบันมีการพยายามไปบวชในวงศ์ของมหายาน แล้วจะพยายามมายกฐานะด้วยภิกษุเถระวาท ถ้าอย่างนี้ท่านกล่าวตามวินัยไม่ได้ เพราะวงศ์มหายานไม่ได้เป็นวงศ์ของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ดังนั้นการบวชจากมหายานแล้วมายกฐานะด้วย เถรวาท จึงผิดวินัยที่พระพุทธเจ้าท่านตีความว่าเป็น โมฆะ หรือ ภิกษุณีปลอมนั่นเอง
#8
บทความธรรม / ถาม หิริ และ โอดตัปปะ มันต่างก...
กระทู้ล่าสุด โดย admin - เม.ย 01, 2025, 08:44 ก่อนเที่ยง
ถาม หิริ และ โอดตัปปะ มันต่างกันตรงไหนในมูลกรรมฐาน มองว่าอย่างไร
ตอบ หิริ แปลว่า ละอายใจ(ต่อบาป) โอตตัปปะ แปลว่า เกรงกลัว(ต่อบาป)
ในอรรถกถา อธิบายว่า
หิริ เปรียบเหมือน  ก้อนไฟที่ดับลงไปแล้วเปื้อนด้วยของเสีย
โอตตัปปะ เปรียบเหมือน ก้อนไฟแดง
ถ้าเข้าใจง่าย ๆ ก็คือ
หิริ เป็นอกุศลที่สามารถกระทำได้ง่าย ต้องอาศัยความละอาย
โอตตัปปะ เป็นอกุศลที่ทำได้ยากกว่า ต้องอาศัยความเกรงกลัว
#9
บทความธรรม / ถาม จริงหรือไม่ ถ้าคนฟังธรรมที...
กระทู้ล่าสุด โดย admin - เม.ย 01, 2025, 08:43 ก่อนเที่ยง
ถาม จริงหรือไม่ ถ้าคนฟังธรรมที่ชื่อว่า เป็นพุทธวจนะ แล้วเวลาตายจะมีกายสีเหลืองไม่เปื่อยเน่า
ตอบ ส่วนนี้ไม่เป็นความจริงที่กายของคนตายจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองไม่เน่าเปื่อย เพราะการฟังพุทธวจนะ
แต่การที่กายเป็นสีเหลืองทอง หรือได้กายที่ไม่เน่าเปื่อยนี้เกิดจากการบรรลุคุณธรรมตั้งแต่โสดาบันขึ้นไป การโสดาบันนี้เรียกว่า กายเทวดาอริยะ หรือ กึ่งวิสุทธิเทพ ดังนั้นผู้ที่บรรลุเป็นโสดาบันขึ้นไป เมื่อตายลงไป ส่วนใหญ่กายจะเป็นสีเหลืองเนื้อนุ่มนิ่ม แต่อย่างไรก็ยังต้องเน่าเปื่อยอยู่
ปัญหามันอยู่ที่ว่า การฟังพุทธวจนะแล้วได้กายนี้ อาจจะทำให้บรรลุธรรมก็เป็นไปได้ หรือภาวนาได้ดวงพุทธรัตนะแล้ว ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น
( สำหรับมูลกรรมฐาน ไม่ได้มองว่าเป็นพิเศษแต่อย่างไร )
กายสังขารของมนุษย์ อย่างไรก็ต้องเน่าเปื่อย ต้องสลายกลายเป็นธาตุจึงจะจุติได้ ถ้ากายสังขารยังคงอยู่ในโลกก็จะยังจุติไม่ได้ มีข้อความเป็นแม่บทในอรรถกถา เป็นแม่บทย่อยกล่าวไว้ว่า
กายดำรงค์อยู่ ธาตุไม่แตกสลาย การจุติใหม่จักมีไม่ได้ ดังนั้นต้องรอให้กายสลายแตกเป็นธาตุก่อน ถึงจะจุติใหม่ได้
ใน ผัคคุณสูตร ไม่ได้กล่าวว่า ตายแล้วได้ร่างกาย(ศพ)สีเหลือง แต่กล่าวว่า อินทรีย์ของท่านผ่องใสยิ่งนัก จึงทำให้ละสังโยชน์ได้ 5 ( เป็นอนาคามี )
( คำว่า อินทรีย์ คือ สัทธิทรีย์ สตินทรีย์ วิริยินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ )
จะไปตีความว่า อินทรีย์คือ ร่างกายอย่างนี้ไม่ได้ ถ้าจะกล่าวถึงร่างกาย ควรกล่าวว่า รูปขันธ์ จึงจะถูกต้องว่าเป็น ศพ
#10
บันทึกการเข้ากรรมฐาน / บันทึกการเข้ากรรมฐาน วันที่ 22...
กระทู้ล่าสุด โดย admin - เม.ย 01, 2025, 08:43 ก่อนเที่ยง
บันทึกการเข้ากรรมฐานประจำวัน
================
21 มี.ค. 68  22.00 เข้ากรรมฐาน 
22 มี.ค. 68  07.00 ออกกรรมฐาน
======================
อุทิศกุศลภาวนาให้แก่ผู้สนับสนุนทุกท่าน
เจริญธรรม / เจริญพร
คติธรรม/คำแนะนำ วันนี้้
"การภาวนาจะสำเร็จได้เร็ว หรือ ช้า เกิดจากความเพียร และ การสั่งสมบารมีมาเพื่อการภาวนาด้วย ทานบารมี และ ศีลบารมีนั้นสำคัญมาก"
---------------------------------------
สุขภาพทรง ๆ แต่ไปในทางดีขึ้นบ้าง