ปุจฉา
"ปีติ ที่ไม่เกี่ยวกับกรรมฐาน สามารถพัฒนาเป็นสมาธิได้หรือไม่ ?"
วิสัชชนา
ปีติ หมายถึง ความอิ่มใจ พอใจ บันเทิงใจ
ปีติ มีได้เพราะอารมณ์เกิดขึ้นดังนั้น
ดังนั้น ปีติ แยกประเภท แล้ว มีออยู่ 3 ประเภท
1.ปีติ มีอารมณ์ภายนอกเป็นเครื่องเร้า
อันประกอบด้วยกิเลสของปถุชน มีความยินดีเกิดขึ้น
เสวยอารมณ์แล้วเกิดความพอใจ
เช่น ลูกคิดถึงพ่อแม่ แล้วน้ำตาไหล
ทหารออกศึกฟังคำปราศรัย เกิดความฮึกเหิม เป็นต้น
ปีติเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะมี อารมณ์เป็นเครื่องเร้า
ทำให้เกิด ปีตินี้เป็นปีติ ของปุถุชน
ให้ผลทางจิตเป็น ขณิกสมาธิ
2.ปีติ มีจิตเป้นเครื่องประกอบ
ปีติเกิดขึ้นได้เพราะมีการภาวนาทางจิตโดยตรง
เช่นการภาวนากรรมฐาน
และสมควรเป็นองค์ธรรมแรกที่ควรจะได้ด้วย
เป็นองค์แห่ง ฌานที่ 3
ปีติจัดปีติที่บริสุทธิ์ เพราะมีแล้ว
ย่อมสนับสนุนให้จิตบริสุทธิ์
ว่างเว้นจากกิเลสเบื้องต้น
เป็นปีติ ของชาวพรหม
ให้ผลทางจิตเป็น อุปจารสมาธิ ขึ้นไป
3.ปีติ มีญาณเป็นเครื่องประกอบ
เป็นปิติที่เป็นพุทธศาสนาแท้
ปีตินี้เกิดขึ้นได้จากการเจริญธรรม
มี ธรรม 3 ส่วนเสมอกันคือ
สติ ธรรมวิจยะ วิริยะ
เป็นปีติที่เป็น ผลญาณ
เป็นผลสมาบัติ สงบระงับเหนือโลก
ผู้ใด ได้ปีตินี้ต้องอนุโมทนาให้ด้วยใจ
ว่าท่านเข้าถึงโลกุตตระแห่งธรรมเป็นลำดับ
เป็นปีติของ โคตรภูบุคคลขึ้นไป
ให้ผลทางจิตเป็น อุปจารสมาธิ ขึ้นไป
ท่านพึงวิจัยต่อด้วยภูมิธรรมกันนะจ๊ะว่า
ปีติ ไหน พัฒนาเป็นสมาธิ ได้ระดับไหน
เจริญธรรม
28 ธันวาคม 2554
(http://madchimardn.3bbddns.com:12590/kjn2/gallery/1_17_07_24_9_57_27.jpeg)